[breadcrumb]

ขั้นตอนผลิตกล่องแพคเกจจิ้ง ต้องรู้ข้อมูลอะไรบ้าง ?

ขั้นตอนผลิตกล่องแพคเกจจิ้ง ต้องรู้ข้อมูลอะไรบ้าง ?

ขั้นตอนการสั่งผลิตกล่องแพคเกจจิ้ง ที่จริงแล้วไม่ได้มีความยุ่งยาก แต่สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการสั่งผลิตกล่องแพคเกจจิ้งมาก่อน อาจจะมีความสับสนว่าต้องเริ่มต้นอย่างไร มีอะไรที่ต้องเตรียมเพื่อส่งต่อให้กับโรงงานบ้าง ลองมาดูกันเลย

1. เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ และ สินค้า
ข้อมูลสินค้า และ แบรนด์บนฉลาก หรือ กล่องแพคเกจจิ้ง เป็นประตูด่านแรกที่จะพาลูกค้าเข้ามาหาสินค้าของเรา โดยควรระบุรายละเอียดของสินค้าให้ครบถ้วนตามมาตรฐาน เช่น ชื่อ/ประเภท ของแบรนด์ และ สินค้า
คุณสมบัติของสินค้า วิธีใช้ ข้อควรระวัง วันเดือนปี ที่ผลิต และ หมดอายุ ที่อยู่ผู้ผลิต เครื่องหมายทางการค้า หรือ เครื่องหมายรับรองอื่นๆ จำนวนบรรจุ หรือ หน่วยการบรรจุ ช่องทางในการขายอื่นๆ เช่น QR code ของ [email protected] / Instagram / Shopee / LAZADA เป็นต้น

2. เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับงานดีไซน์
ควรให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการออกแบบ และ ต้องมีความชัดเจนของข้อมูลในการสั่งผลิตกับโรงงาน โดยส่วนใหญ่ร้าน หรือ โรงงานผลิตจะเลือกรับเป็นไฟล์ .ai / .svg หรือ .psd ที่มีการกำหนดขนาด และ ระยะชัดเจน แต่หากไม่มีไฟล์หรือให้ทางผู้ผลิตเป็นคนออกแบบให้ ควรมีตัวอย่างดีไซน์ที่ชอบ และ ควรตรวจรายละเอียดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น
โทนสีที่จะใช้ : ควรแนบโค้ดสี หริอ รหัสสีสำหรับการพิมพ์ให้ถูกต้อง
ฟ้อนต์ : ระบุชื่อฟ้อนต์ และ ขนาดของฟ้อนต์แต่ละจุดให้ชัดเจน
โลโก้ หรือดีไซน์อื่นๆ : ตรวจสอบตำแหน่ง ขนาด สี ของดีไซน์ว่าควรอยู่ตำแหน่งไหน

การผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ ต้องรู้ข้อมูลอะไรบ้าง ?

3. เลือกรูปแบบการผลิตกล่องแพคเกจจิ้งที่เหมาะสมกับสินค้า
สำหรับการเลือกผลิตกล่องแพคเกจจิ้ง ไม่ใช่แค่เพียงต้องพิจารณาแพคเกจจิ้งที่เหมาะกับสินค้าเท่านั้น แต่ยังต้องสอดคล้องกับงบประมาณ และ ต้นทุนด้วย โดยต้นทุนของการผลิตกล่องแพคเกจจิ้งสามารถแยกออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
ค่าใช้จ่ายในการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็น ค่าจ้างออกแบบ ค่าแม่พิมพ์ เป็นต้น
ต้นทุนต่อชิ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าวัสดุ ค่าแรงงานต่อกล่องหนึ่งชิ้น เป็นต้น
เมื่อได้ราคาต้นทุนในใจแล้ว จึงค่อยมาเลือกรูปแบบการผลิตกล่องที่เหมาะสมกับสินค้า เช่น กล่องแพคเกจจิ้งสำหรับสินค้าที่เปราะบางพิเศษ กล่องเเพคเกจจิ้งที่ต้องเข้าตู้คอนเทนเนอร์เย็น กล่องแพคเกจจิ้งสำหรับใส่ของเหลว เป็นต้น จากนั้นนำสินค้ามาวัดขนาด กว้าง x ยาว x สูง เพื่อเลือกขนาดกล่องแพคเกจจิ้งที่มีความใกล้เคียง รวมถึงเลือกกล่องเแพคเกจจิ้งที่สามารถรองรับน้ำหนักสินค้าได้อย่างพอดีด้วย โดยอาจสอบถามทางผู้ผลิตเพื่อให้แนะนำกล่องแพคเกจจิ้งที่เหมาะสมอีกครั้ง

4. ตกลงค่าใช้จ่ายและระยเวลาในการผลิตกล่องเเพคเกจจิ้งให้แน่นอน
เรียกได้ว่าเป็นขั้นตอนที่หลายคนลืมตรวจสอบ จนกลายเป็นเรื่องยุ่งยากมาบ่อยครั้ง หากไม่อยากตกม้าตายภายหลัง ควรสอบถามระยะเวลาในการผลิตกล่องเเพคเกจจิ้งกับทางผู้ผลิตให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็น ระยะเวลาในการออกแบบกล่องเเพคเกจจิ้ง ระยะเวลาในการตรวจแก้กล่องเเพคเกจจิ้ง ระยะเวลาในการผลิตกล่อง Packaging และระยะเวลาในการจัดส่งกล่องแพคเกจจิ้ง และอย่าลืมเผื่อเวลาไว้หากเกิดเรื่องไม่คาดคิดด้วย

5. ตรวจแบบงานตัวอย่างก่อนเริ่มผลิต
หลังจากตกลรูปแบบดีไซน์และเลือกรูปแบบการผลิตกล่องแพคเกจจิ้งที่ต้องการแล้ว ทางผู้ผลิตควรจะออกแบบเสมือนจริง (Mock) และนำตัวอย่างงานพิมพ์ (Digital proof) ให้เราตรวจสอบ เพื่อดูว่ากล่องเเพคเกจจิ้งที่ออกมาตรงกับความต้องการและตามที่ออกแบบไว้ตั้งแต่ต้นหรือไม่ก่อนจะเริ่มผลิตจริง ดังนั้นควรตรวจสอบกล่องใส่สินค้าอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นข้อความต่างๆ ขนาด โทนสี และรายละเอียดอื่นๆ เพราะหากเริ่มกระบวนการผลิตกล่องเเพคเกจจิ้งแล้ว การแก้ไขจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนที่ไม่มีความยุ่งยาก เพียงแต่จำเป็นต้องใช้ความละเอียดและใส่ใจในการตรวจสอบการผลิตกล่องแพคเกจจิ้งเล็กน้อยเท่านั้น เชื่อว่าผู้ประกอบการทุกคนต้องสามารถทำได้อย่างแน่นอน


หากลูกค้าสนใจ ทำกล่องเเพคเกจจิ้ง กล่องบรรจุภัณฑ์ กล่อง Packaging กล่องใส่สินค้า ราคาถูก สามารถกดดู Catalog สินค้า ทางลิ้งด้านล่างนี้ได้เลยค่า

>> คลิ๊กดูราคาผลิตกล่องเเพคเกจจิ้ง

บทความดีๆที่แนะนำ